เปลี่ยนบ้านให้มีชีวิต และอยู่อย่าง “สมาร์ท” ด้วยนวัตกรรม ของบ้านยุค 4.0

ถ้ากล่าวถึงยุค 4.0 อะไรก็ต้องเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยีไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ที่อยู่อาศัยอย่าง “บ้าน” ที่ทางผู้พัฒนาฯ เริ่มนำนวัตกรรมต่าง ๆ ที่พัฒนาจากคอนโดมาใส่เพื่อให้ชีวิตเกิดทั้งความสะดวกและความปลอดภัย

ถ้ากล่าวถึงเรื่อง “ความสะดวก และความปลอดภัย” ไม่ว่าจะเป็น คุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชาย ต่างมองหา เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตยิ่งถ้ามี ยิ่งถ้ามีความสะดวกสบาย และมีระบบความปลอดภัยเข้ามาในชีวิต ยิ่งทำให้สามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองรักได้อย่างอิสระ

บ้านยุค 4.0 ต้องมีอะไร ?

1.ออกแบบความสะดวกสบายได้อย่างอิสระ

บ้านที่ถูกติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะ ต้องสามารถช่วยให้คุณได้รับความสะดวกสบายตั้งแต่ปากประตูบ้านอย่างลูกบิดหรือ Digital Door Lock ที่ปลดล็อคด้วยรหัส OTP หรือ Pin Code รวมถึงการปิดเปิดไฟอัตโนมัติในขณะเดินผ่านเพื่อความสะดวกในเวลากลางคืน

  1. ระบบรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

ซื้อบ้านทั้งทีแค่ระบบกล้องวงจรปิดภายในโครงการอย่างเดียวคงไม่พออีกต่อไป แต่ต้องมีระบบกล้องวงจรปิดที่ล้ำสมัยที่ติดตั้งในตัวบ้านด้วย และต้อสามารถดูความเคลื่อนไหวได้แบบสดๆ ผ่านสมาร์ทโฟนได้แบบเรียลไทม์ และจะพิเศษยิ่งขึ้นถ้าสามารถสั่งการด้วยเสียงผ่านกล้องได้เลย

3.สั่งการด้วยปลายนิ้ว และควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น

ในยุคนี้อะไร อะไรก็ต้องผ่านแอพฯ ไม่เว้นแม้แต่ภายในบ้าน ทุกอย่างต้องง่ายเพียงปลายนิ้วด้วยแอพพลิเคชั่น ของผู้พัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะสั่งการปิดเปิดไฟ เปิดประตู เปิดแอร์ หรือสิ่งต่าง ๆ ต้องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส แค่แตะเปิดและปิดได้

  1. มูลค่าที่เพิ่มขึ้น

การที่บ้านที่ถูกติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะ จนเป็นบ้านยุค 4.0 นั้นทำให้ “บ้าน” นั้นสามารถอัพมูลค่าได้เพิ่มขึ้นไปอีก เนื่องจากคนรุ่นใหม่มักจะมองหาสิ่งอำนวยความสะดวกและใช้งานได้ง่ายให้กับตนเอง การเลือกบ้านก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนมักเปรียบเทียบจากความคุ้มค่าก่อนซื้อเสมอ

“บริทาเนีย” บ้านแห่งนวัตกรรมความปลอดภัยยุค 4.0

และเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพว่าการนำนวัตกรรมมาช่วยในเรื่องความสะดวกสบาย และความปลอดภัย นั้นช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตอย่างไร เราจึงขอยกตัวอย่างจาก “บ้านบริทาเนีย” บ้านแห่งนวัตกรรมความปลอดภัยยุค 4.0 ที่ช่วยให้คุณได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่คุณรักได้เพิ่มขึ้น

“บ้านบริทาเนีย” จาก “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของลูกบ้าน จึงได้ผลิกไอเดียนำนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทางผู้พัฒนาอสังหาฯ ใส่ไว้แต่ในคอนโด มาปรับใช้ภายในบ้านเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในเรื่องของความสะดวก และความปลอดภัยของทั้งชีวิต ทั้งยังได้เนรมิตจากบ้านธรรมดาๆ สู่บ้านที่มีชีวิต ดังนี้

  • IP-Camera: ที่แสนจะสุดพิเศษ เพราะ “บริทาเนีย” ไม่ได้ติดตั้งให้เพียงแค่ส่วนกลางเพียงเท่านั้น แต่ติดตั้งให้แม้แต่ในบ้านด้วย ทั้งยังสามารถดูผ่านแอพ เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย
    เพิ่มความล้ำในการใช้ชีวิตด้วย
  • Digital Door Lock: สามารถควบคุมระบบล็อกประตูบ้าน ผ่าน application และยังสามารถแชร์ OTP ให้ แขก หรือ แม่บ้าน เข้ามาในบ้านในช่วงเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน และยังมีระบบการแจ้งเตือน (Notification) ผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ ทุกครั้งเมื่อมีการเปิด – ปิด ประตู ทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง และยังรองรับ Pin Code อีกด้วย
  • Door & Window Magnetic Sensor: ให้ออกไปเที่ยวได้อย่างหายห่วง เพราะสามารถสั่งการระบบการรักษาความปลอดภัยเมื่อมีผู้บุกรุกจากจากประตูและ หน้าต่าง จะให้ให้สัญญาณไซเรนดังขึ้นพร้อมแจ้งเตือนเจ้าของบ้านแอพพลิชั่น
  • Motion Sensor: ออกจากบ้านอย่างอุ่นใจเมื่อมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก ทุกครั้งที่คุณออกจากบ้าน ให้ set ระบบการทำงานเป็นเซ็นเซอร์ เพื่อตรวจจับการบุกรุก
  • Smart Tablet: เพราะชีวิตต้อง Real แท็บเล็ตประจำบ้านจึงจำเป็น เพราะนอกจากจะควบคุมระบบ Smart Home ของบ้าน ได้แล้วยังเป็น Master Control ในการควบคุมการใช้งานต่าง ๆ เช่น การปิด-เปิด ระบบรักษาความปลอดภัย

ทั้งหมดนี้ ผ่านระบบโครงข่าย ใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ รวมถึง USB Outlet ที่เตรียมให้ทุกจุดสำคัญในบ้าน ทั้ง ห้องรับแขก, ห้องนอนใหญ่, ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องน้ำ

ส่อง “5 ทำเล” ที่ดิน “พระขโนง-บางนา-สวนหลวง” ปรับเยอะสุด

“ที่ดิน” ปัจจัยหลักในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่ “ผู้พัฒนาอสังหาฯ” ต่างอยากได้ “ที่ดิน” ทำเลทอง เพราะนอกจากราคาที่ขึ้นในทุก ๆ ปี แล้ว ยังสามารถพัฒนาสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของของตลาด และสามารถหวังโอกาสในการโกยยอดขายได้มากขึ้น

5 ทำเล ที่ต้องจับตามอง

ทว่าในหลายปีที่ผ่านมานี้ “”ที่ดิน” แปลงสวย หรือทำเท ดี ๆ นั้นหายากขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ก็มิได้ท้อแท้ ต่างก็ทุบราคาเพื่อให้ได้ที่ดินตามทำเลที่ตัวเองต้องการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “ตลาด” ยังคงมีความต้องการอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

ส่วนทำเลไหนคือ “ทำเลทอง” ที่น่าจับตา ทาง ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้คาดการณ์ไว้มีดังนี้

  1. ทำเลเขตพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศคาดว่าจะมีการปรับของราคาเพิ่มมากสุด 8%
  2. ทำเลจังหวัดสมุทรสาครคาดว่าจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 1% โดยส่วนใหญ่ทำเลที่ปรับเพิ่มขึ้นจะอยู่ในบริเว อำเภอเมืองและอำเภอกระทุ่มแบน
  3. ทำเลเขตราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทองมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2
  4. ทำเลจังหวัดนครปฐมมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 1% ทำเลฮอตราคาขึ้นแรงส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณ อำเภอกำแพงแสน อำเภอเมือง และอำเภอสามพราน
  5. ทำเลบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อยมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 8%

จากทำเล 5 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นแนวโน้มความต้องการที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยขยายตัวไปในพื้นที่จังหวัดเขตปริมณฑล และชานเมืองมากขึ้น เพราะทำเลทองใจกลางกรุงกรุงเทพชั้นในหายากมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความสนใจของ ดีเวลลอปเปอร์ ขยายตัวออกไป

มาเปลี่ยน “บ้านธรรมดา” ให้กลายเป็นบ้านสไตล์ “English Cottage” กันเถอะ

อย่างที่ทราบกับบ้านสไตล์ English Cottage นั้นจะอบอวนไปด้วยความน่ารัก ความอบอุ่น และความเรียบง่าย ซึ่งใครหลาย ๆ คน ฝันอยากจะมีบ้านแบบนี้สักหลัง

แต่จะทำอย่างไรละ ? ให้บ้านที่อยู่นั้นกลายเป็น บ้านสไตล์ English Cottage เราเลยขอนำเสนอเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเปลี่ยน “บ้านธรรมดา” ให้กลายเป็นบ้านสไตล์ “English Cottage”

  1. สี

English Cottage โดดเด่นด้วยสีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ เช่น สีเขียวใบไม้อ่อน ๆ, สีแดงกลีบดอกไม้ หรือเป็นสีพาสเทล ที่ไม่ดูฉูดฉาด เพื่อบ้านให้ดูสบายบตา และดูอบอุ่น

  1. ของใช้ที่ดูเรียบง่าย

Gimmick ของ English Cottage คือ การดีไซน์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ต้องดูเรียบง่าย และสีสันไม่ดูไม่ฉูดฉาด เช่น จานชามช้อนที่มีลวดลายเก๋ๆ ชุดน้ำชาที่มีลวดลายสวย ๆ เพราะของใช้เหล่านี้จะแสดงถึงความใส่ใจในการแต่งบ้าน และสะท้อนความอบอุ่นในบ้าน

  1. เฟอร์นิเจอร์ไม้

เฟอร์นิเจอร์ไม้ ความงดงามสไตล์ English Cottage เพราะนอกจากความคลาสสิคของไม้แล้วยังได้อารมณ์ความอบอุ่นและความนุ่มนวลจากเฟอร์นิเจอร์ไม้เหล่านี้ เช่น ตู้ไม้ลายสลักเก๋ๆ โต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ เป็นต้น

  1. ผ้า

เมื่อมีเฟอร์นิเจอร์ไม้แล้วที่ขาดไม่ได้เลยก็ คือ ต้องตกแต่งด้วยผ้า ซึ่งจะช่วยให้เฟรอร์นิเจอร์ไม้ทั้งหลายนั้นดูนุ่มนวล และอบอุ่นยิ่งขึ้นไปอีก เช่น โซฟา เลือกเป็นโซฟาไม้บุผ้า, โตะไม้ที่มีลองตกแต่งด้วยผ้าหลายฉลุสวยๆ และที่ขาดไม่ได้เลยคือผ้าม่านต้องเป็นผ้าม่านโปร่งสี โทนธรรมชาติที่ไม่ฉูดฉาด ก็ดูเข้ากัน

เพียงแค่นี้ก็สามารถเนรมิตบ้านที่อยู่ให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศสไตล์ English Cottage แล้ว

เปิด “ทำเลปราบเซียน” ที่แม้แต่ “ดีเวลลอปเปอร์” มือทองยังเกือบร้อง

ในช่วงปีที่ผ่านมานับว่าเป็น “ปีทอง” ของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเห็นได้จากที่ ดีเวลลอปเปอร์ ทั้งน้อยใหญ่ต่างเปิดโครงการกันอย่างมากมายในทำเลต่าง ๆ ตามกลุ่มเป้าหายของตัวเอง

โดยเฉพาะทำเลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากที่ดินในเมืองมีราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 30% แต่ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ ดีเวลลอปเปอร์ จะได้ที่ดินตามกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทำเล “ปราบเซียน” เลยก็ว่าได้

และเพื่อให้เห็นภาพ จึงขอนำเสนอ 5 ทำเลปราบเซียนที่ ดีเวลลอปเปอร์ ต้องท้าทายเพื่อให้ได้มา

ส่อง 5 ทำเลปราบเซียน

ทำเลแยกเกษตร – หลักสี่ 

ทำเลปราบเซียนหมายเลข 1 ที่ปีที่ผ่านมา ดีเวลลอปเปอร์  ทั้งรายเล็กรายใหญ่ต่างพากันเปิดตัวโครงการใหม่เป็นจำนวนมาก ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต – คูคต มี Supply ที่เพิ่มขึ้นตาม Demand ที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง ทำให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่หลายรายให้ความสนใจและพัฒนาโครงการใหม่เป็นครังแรกในช่วงที่ผ่านมาสำหรับย่านนี้

โดยความท้าทายสำหรับย่านนี้คือการที่ ดีเวลลอปเปอร์ ต้องทำราคาขายคอนโดให้ดีกว่ากำลังซื้อ เนื่องจากย่านดังกล่าวเป็นตลาดของทาวน์โฮมมาก่อน การที่คอนโดจะขายได้ต้องทำราคาให้มีความแตกต่างจากทาวน์โฮมส์ นั้นเอง

ทำเลจรัญสนิทวงศ์

ทำเลจรัญสนิทวงศ์ ทำเลเก่าแก่ย่านฝั่งธนบุรี ถือได้ว่าร้อนแรงมากในปี 2561 ที่ผ่านมา ดีเวลลอปเปอร์ ต่างพากันเปิดตัวโครงการใหม่กันอย่างคึกคัก ซึ่งถนนจรัญสนิทวงศ์ทั้งเส้นตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเริ่มเปิดบริการในเดือนเมษายน 2562 นี้ ในช่วงหัวลำโพง-บางแคได้ก่อน จากนั้นในปี 2563 ก็จะเริ่มเปิดให้บริการช่วงบางซื่อ-ท่าพระ

ซึ่งในช่วงก่อสร้างของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ผ่านมา ส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์ หลายรายเห็นโอกาสพัฒนาโครงการบนทำเลนี้แต่ความท้าทายอยู่ที่การหาที่ดินแปลงงามบนทำเลนี้เนื่องจากเป็นทำเลเก่าแก่การที่เข้าไปเจรจาหรือพูดคุยก็นับว่าเป็นเรื่องที่ปราบเซียนพอสมควร

และถ้าสังเกตให้ดีในช่วงปีที่ผ่านมา หลายๆ โครงการเริ่มได้ที่ดินและเริ่มเปิดขาย แต่ส่วนใหญ่ยอดขายยังอึดอัด ไม่ค่อยคึกคักตามที่คาดการณ์ไว้ ถือได้ว่า เป็นอีกทำเลปราบเซียนอีก 1 ทำเลสำหนับ ปี 2561 ที่ผ่านมา

 

แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงสะพานพระนั่งเกล้า – บางไผ่

ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยสำหรับสายรถไฟฟ้าสีม่วงที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า Supply มีมากกว่า Demand หรือเป็นพื้นที่ที่ยังคง Over Supply ซึ่งไม่ใช่ที่น่าแปลกใจเลยถ้ายอดชายจะอืด และถ้ามองให้กว้างขึ้นจะเห็นได้ว่าเป็นทำเลที่แทบไม่มีโครงการใหม่เปิดขายเลยในช่วง Q3-Q4 ปี 2561 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน Supply ที่ขายส่วนใหญ่ก็เป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จที่ยังมีขาย แต่ยอดขายไม่ขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ปราบเซียนจริง ๆ ฉะนั้น ดีเวลลอปเปอร์ ที่เปิดขายในย่านนั้นต้อง อัดแคมเปนส่งเสริมการขายกันเต็มรูปแบบ และมีการนำห้องเหลือขายมาลดราคา และต้องทำราคาให้ดีกว่าทาวน์โฮมส์ เนื่องจากย่านดังกล่าวนั้นทาวน์โฮมส์เขาเข้ามาทำตลาดก่อน ด้วยเหตุนี้เองเพื่อไม่ให้ผู้ซื้อเกิดการเปรียบเทียบ คอนโด จำเป็นต้องทำราคาให้ดีกว่านั้นเอง

สายสีเขียวใต้ คือ ช่วง สุขุมวิทปลาย ถึงสถานี ช้างสามเศียร 

 

เป็นอีกทำเลที่ต้องพูดถึงเพราะปัจจุบันส่วนต่อขยายได้ยาวถึง เคหะฯ (สมุทรปราการ) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าดูให้ดีจพเห็นว่าภาพรวมคอนโดมิเนียมย่านดังกล่าว ก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงชะลอตัว เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการพากันเปิดตัวโครงการใหม่ในย่านนี้กันเป็นจำนวนมาก

และในตอนนี้คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ก่อสร้างเสร็จ 100% แต่ยังคงมีสต๊อค คงค้างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากการปรับตัวของราคาที่ดินที่เร็วในช่วงระยะของการก่อสร้างรถไฟฟ้า ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านนี้มีการเสนอขายกันสูงกว่า 250,000 บาทต่อตารางวา

แน่นอนว่า เมื่อต้นทุนราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาขายของคอนโดมิเนียนสูงขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ทำให้ราคาเกินกว่าที่กำลังซื้อสามารถเข้าถึงได้ ส่งผลให้มีสต็อคคงค้างเพื่อการระบายในตลาดอีกเป็นจำนวนมาก

นับว่าในย่านนี้เป็นอีกหนึ่งย่านที่ “ปราบเซียน” อย่างแท้จริง เพราะ ดีเวลลอปเปอร์ ต้องสู้กันในเรื่องของทั้งราคาขายและราคาที่ดินที่สูงขึ้น ถ้าใครทำราคาให้ดีกว่าก็นับว่าเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ผู้ซื้อละเลือกเป็นตัวเลือก

 

ย่านแจ้งวัฒนะ

จากจากการมาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย – มีนบุรี ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 นั้นทำให้ย่านแจ้งวัฒนะเป็นย่านที่เรียกได้ว่า “ปราบเซียน” อีกย่านหนึ่งเพราะมี Supply คงเหลือของคอนโดมิเนียมอีกเป็นจำนวนมากที่รอระบาย และเป็นโครงการที่สร้างแล้วเสร็จมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว

และยังเป็นย่านที่ปรับราคาได้น้อยเพราะคอนโดมิเนียมที่มีอยู่นั้นก็ไม่ได้ทำราคาที่สูงมากแต่ก็ยังมี Supply เหลืออยู่อีก ซึ่งนับว่าแต่การมาของรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้น ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมของคอนโดมิเนียมในย่านนี้มาก แต่ในอนาคตหากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมคืบหน้าไปมากกว่านี่ ก็อาจจะกระตุ้นให้คอนโดมิเนียมย่านดังกล่าวกลับมาคึกคักอีกครั้ง

บางนา ทำเลแห่งอนาคต

ทำเลบางนา-ตราด นับเป็นพื้นที่ที่การพัฒนาคอนโดมิเนียมมีศักยภาพในการขยายตัว และเติบโตได้ดี เป็นทำเลที่ตอบสนองความต้องการของคนทำงานในบางนา บางพลี บางบ่อ และชลบุรี มีโครงการพัฒนาทั้งของเอกชน และของรัฐเกิดขึ้นหลายโครงการ ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพ และมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต

สำหรับโครงการที่ภาครัฐและเอกชนอยู่ระหว่างพัฒนา และมีแผนจะพัฒนาในย่านนี้ ได้แก่

  1. โครงการแบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall) 

โครงการพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมขนาดใหญ่ หรือศูนย์การค้าแบบรีจีนัลมอลล์ขนาดใหญ่ มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 100 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท พื้นที่รวมทั้งโครงการ 650,000 ตารางเมตร ภายในโครงการประกอบด้วย อาคารศูนย์การค้า, โรงภาพยนตร์, ศูนย์แสดงสินค้า, สวนสนุก, สวนน้ำ, คอนโดมิเนียม, และอาคารที่อยู่อาศัยให้เช่า หรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงานให้เช่า จะก่อสร้างภายในครึ่งปีหลังของปี 2561 และกำหนดเปิดให้บริการภายใน 5 ปีข้างหน้า และเมื่อเปิดให้บริการแล้วจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ยังมีสถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับศูนย์การค้าบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ โดยจะย้ายสถานีขนส่งเอกมัยเดิมทั้งหมดมารวมอยู่ที่นี่ รองรับกลุ่มผู้โดยสารที่จะเดินทางไปภาคตะวันออก

2. โครงการเมกา ซิตี้ บางนา (Mega City Bangna)

ยกระดับโครงการเป็น Mixed-use Development – Phrase 2 ด้วยงบลงทุนกว่า 67,000 ล้านบาท รวมกับศูนย์การค้า “เมกาบางนา” โดยเฟส 2 จะประกอบด้วย ศูนย์การค้า, อาคารสำนักงาน, โรงแรม 2 แห่ง, คอนโดพักอาศัย เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสวนสาธารณะ บนพื้นที่ทั้งหมด 400 ไร่

  1. เดอะ ฟอเรสเทียส์ (THE FORESTIAS) 

เป็นโครงการแบบ Mixed-Use Lifestyle บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 90,000 ล้านบาท มีพื้นที่ก่อสร้างรวมกว่า 6 แสน ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ 1.8 แสน ตร.ม. ประกอบด้วย โครงการคอมมูนิตีมอลล์, อาคารสำนักงานให้เช่า Medical Complex ระดับ 6 ดาว, โรงแรมบูทีคระดับ 6 ดาว และโรงแรม 4 ดาว, ศูนย์เรียนรู้, โรงเรียนอนุบาล และ อาคารนวัตกรรมแห่งอนาคต โดยเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างปี 2561 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2565

4. โครงการรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ

อยู่ในแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่ 2 หรือ M-MAP 2 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประเมินความเหมาะสม และดึงเอกชนเข้าร่วมทุนรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ เป็นรถไฟฟ้าประเภท Light Rail ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสุขุมวิท) ที่สถานีบางนา ซึ่งจะวิ่งไปทางถนนบางนา-ตราด ระยะทางประมาณ 18.3 กม. จำนวน 14 สถานี คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 40,000 คนต่อวัน ตั้งแต่สถานีบางนา จนไปถึงสถานีสุวรรณภูมิใต้โดยตรง สถานีศรีเอี่ยมจะเป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อกับสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง (ถนนศรีนครินทร์) นอกจากนี้ บริเวณสถานีธนาชิตี้ จะเป็นโรงจอดรถและซ่อมบำรุง บนพื้นที่ 29 ไร่

5. Logistics Hub บริเวณบางนา-ตราด ช่วง กม.19-23

ที่สำคัญเป็นที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก มีพื้นที่โกดังเก็บสินค้ารวมประมาณ 1.2 ล้าน ตร.ม. นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมาก เป็นแหล่งที่จ้างงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ และเป็นทำเลที่มีศักยภาพเชื่อมต่อแหล่งผลิตในพื้นที่ Eastern Seaboard ปัจจุบันขยายการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง โดยเป็นที่ตั้งของหลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพและความงาม อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจค้าปลีกและขายส่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ในอนาคตพื้นที่บางนา-ตราด บริเวณ กม.ที่ 32.5 จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เต็มรูปแบบบนพื้นที่จำนวน 4,300 ไร่ เกิดขึ้นด้วย

6. แหล่งรวมโรงเรียนนานาชาติ

บริเวณบางนายังเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง เช่น โรงเรียนบางกอกพัฒนา โรงเรียนนานาชาติ ไทย-สิงคโปร์ โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรู โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน โรงเรียนนานาชาติดิษยะศรินอินเตอร์เนเชอร์แนลเพร็พพะทอรี โรงเรียนนานาชาติไทย-จีน โรงเรียนเซนโยเซฟบางนา เป็นต้น

  1. แหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่

บางนา กลายเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านและโครงการที่พักอาศัย บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่มีราคาค่อนข้างสูงหลายโครงการ ด้วยศักยภาพถนนบางนา-ตราด เป็นถนนที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิท และถนนศรีนครินทร์ ซึ่งสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร รถไฟฟ้าสายสีเขียว และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยจะเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ย่านนี้มากยิ่งขึ้น อาทิเช่น โครงการ บริทาเนีย กม. 12 บ้านเดี่ยว โครงการใหม่ บ้านติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า Light Rail สถานีธนาซิตี้ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการ บริทาเนีย เมกะทาวน์ บางนา ทาวน์โฮม บ้านแฝดซีรีส์ใหม่ สไตล์อังกฤษ ชีวิตติดเมกาบางนา ใกล้รถไฟฟ้า Light Rail สถานีบางนา กม.6 ใกล้ทางด่วน ใกล้วงแหวนฯกาญจนาภิเษก

รู้จัก บ้านสไตล์ “British” ความ “Chic” แบบเรียบง่ายที่มีเสน่ห์

ถ้ากล่าวถึงสถาปัตกรรมด้านการก่อสร้าง “British” หรือ สถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ คงอยู่ในหัวใจของใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากความเรียบง่ายที่มีเสน่ห์ ยังได้ความหรูหราจากการผสมผสานการตกแต่งจากวัฒนธรรมทางตะวันตกเข้าใป

ทำไมคนไทยนิยม “บ้านสไตล์อังกฤษ”

ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับวัฒนธรรมจากหลาย ๆ ประเทศ เข้ามา ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอย่าง “อสังหาริมทรัพย์” ที่ต่างนำแบบบ้านทางตะวันตกมาผสมผสานจนเกิดเป็นจุดขาย อาทิ บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์ลอฟท์, บ้านสไตล์อิตาลี หรือแม้แต่บ้านสไตล์อังกฤษ ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

และถ้าถามว่า ทำไมบ้านสไตล์อังกฤษจึงเริ่มได้รับความนิยม ? ในประเทศไทย

สามารถตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า มาจากความโดดเด่นในเรื่องความทันสมัยที่มาพร้อมกับมุมการอยู่อาศัยที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว มุมกลางแจ้ง รวมทั้งระเบียง โดยบ้านสไตล์อังกฤษส่วนใหญ่มีรูปแบบคล้ายกับทรงเรขาคณิตในขนาดสองชั้น ทั้งยังใช้วัสดุก่อสร้างจำพวกคอนกรีต อิฐ และไม้ เพราะได้ความความแข็งแรงและเป็นธรามชาติ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด เช่น ลายฉลุ ระแนง หลังคา รวมทั้งพื้นที่สีเขียวรอบตัวบ้าน

ซึ่งทั้งหมดนี้ตรงกับกับความต้องการของคนไทยที่ต้องการบ้านในรูปแบบที่เรียบง่าย แข็งแรง มีพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วน และมีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้

โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย

จากข้อมูลข้างต้นคงเห็นภาพคร่าว ๆ ไปแล้วว่า ทำไมบ้านสไตล์อังกฤษจึงเริ่มเป็นที่สนใจจากคนไทย ทางเราเลยอยากขอเจาะลึกลงไปอีกว่า แบบบ้านสไตล์ British นั้นจะต้องประกอบไปด้วยลักษณะเด่นอะไรบ้าง

จุดเด่นของแบบบ้านสไตล์อังกฤษ
1. สร้างด้วยอิฐ

แบบบ้านสไตล์อังกฤษโบราณนิยมสร้างด้วยอิฐสีแดงและไม่นิยมทาสีบ้าน ซึ่งเป็นสไตล์ของบ้านทรงยุโรปที่นิยมใช้อิฐในการสร้างบ้าน แต่ในบ้าน สไตล์อังกฤษสมัยใหม่นั้นตัวบ้านก็จะเรียบ ๆ สีเน้นโทนไปทางสีขาว รวมทั้งจะได้เห็นวัสดุอย่างอื่นมากขึ้น เช่น กระจกบานใหญ่ การตกแต่งด้วยไม้ต่างๆ เป็นต้น
2. หลังคาสูง

บ้านสไตล์อังกฤษเป็นบ้านที่อยู่ในเขตอากาศหนาวมีหิมะตก การมีหลังคาสูงก็เพื่อป้องกันไม่ให้หิมะเกาะติดหลังคาจนทำให้บ้านหรือหลังคาถล่มลงมาได้ สภาพอากาศมีส่วนต่อดีไซน์ของบ้านด้วย แต่เมื่อนำแบบมาประยุกต์ให้เข้ากับประเทศไทย การมีหลังคาสูงก็สามารถช่วยในการเดินฉนวนกันความร้อนได้ง่ายขึ้นเพื่อลดความร้อนในการเข้าสู่ตัวบ้านภายใน

  1. หลังคาแบบจั่ว

นอกจากความสูงของหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ของแบบบ้านสไตล์อังกฤษแล้ว อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของหลังคาคือ “หลังคาแบบจั่ว” ที่กล่าวได้ว่า เป็นจุดเด่นของห้องใต้หลังคา ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติม แต่สำหรับประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อนอาจจะต้องใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นได้เพียงห้องเก็บของเท่านั้นเนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด และความร้อนสะสมที่หลังคาไม่สามารถใช้พื้นที่ใต้หลังคาเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นได้

  1. หน้าต่างแบบ Bay Window

Bay Window หรือหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน อีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านสไตล์อังกฤษที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถชมวิวจากด้านในบ้านมาด้านนอกบ้านได้แบบ 180 องศา โดยในประเทศไทย  Bay Window มักจะอยู่ในโครงการที่มีราคาขายของบ้านค่อนข้างสูง  เพราะจะต้องออกแบบให้มีพื้นที่โปร่งโล่ง และจัดภูมิทัศน์ภายนอกบ้านให้เป็นจุดชมวิวจากภายในบ้านผ่านทาง Bay Window ออกมาสู่ภายนอกบ้าน

ซึ่งเป็นแนวคิดของการออกแบบบ้านประเภทนี้ เพื่อให้ผู้ที่จะมาซื้อโครงการได้มีทางเลือกเพื่อการเพิ่มบรรยากาศโปร่งโล่งสบายให้กับบ้าน สามารถสัมผัสและกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ที่  อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระวังในการติดตั้ง bay window ก็คือ ทิศทางของแสงแดด ควรติดตั้ง bay window ในทิศทางที่แดดส่องไม่มากเกินไป หรือไม่โดนแดดทั้งวัน เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านครับ

  1. ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ

เราคุงเคยเห็นโบสถ์ หรือวิหาร ที่เป็นสถาปัตยกรรมจากอังกฤษ ที่มีอยู่ในไทยมาบ้าง และคงเคยสงสัยว่า ทำไมต้องมีสวนสวยๆ ที่ประดับตกแต่งด้วยหิน หินอ่อน ซึ่งการตกแต่งแบบนี้มีไอเดียมาจากวิหารหรือปราสาทสมัยก่อนในประเทศอังกฤษ และวัสดุเหล่านี้ถือเป็นวัสดุที่ทนทานต่ออากาศได้ดี และไม่เก็บความร้อน

ถ้าลองได้เข้าไปในโบสถ์ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ประเทศไทย จะรู้สึกร่มเย็นอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากโบสถ์ส่วนใหญ่เลือกใช้หินธรรมชาติในการก่อสร้าง ประกอบกับความสูงโปร่งภายใน ซึ่งการเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติมาประดับตกแต่งให้บ้านกลายเป็นแบบบ้านสวยๆ สไตล์ British แล้ว นอกจากนั้นยังช่วยคลายความร้อนได้ด้วย

Britania บ้านสไตล์อังกฤษที่มาตอบโจทย์ความเรียบง่ายแบบ Chic Chic

ทั้งนี้บ้านสไตล์อังกฤษในประเทศไทยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมเพราะเมืองไทยอากาศไม่เหมือนที่อังกฤษและวัสดุในการก่อสร้างอาจจะแตกต่างกัน นอกจากแบบบ้านสวยๆ ที่ทางผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้ผสมผสานกลิ่นไอของความเป็นอังกฤษมาให้แล้ว บ้านสไตล์ British ยังกล่าวได้ว่าไม่ได้เด่นแค่ภายนอกเท่านั้นแต่ถายในยังได้พื้นที่ใช้สอยในบ้านเยอะขึ้นอีกด้วย

เพื่อให้เห็นภาพจึงขอยกตัวอย่าง “ บ้านบริทาเนีย ” โครงการทาวน์โฮม และบ้านซีรีย์ใหม่ ที่รวบรวมทุกแรงบันดาลใจ ความหลงใหล ในมนต์เสน่ห์แห่งความงดงามสไตล์อังกฤษแบบคลาสสิก นำมาดีไซน์รูปแบบบ้าน และพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นสถาปัตยกรรมที่งดงาม

ทั้งยังออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้มีความสวยงาม และมีความร่วมสมัย ผสมผสานกับวัสดุเกรดพรีเมี่ยมที่มีมีความทันสมัยและหรูหราเพื่อรองรับการใช้ชิวตที่ต้องการดีไซน์การใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง

รู้จัก “B Genius Mode” สไตล์คุณณรงค์ ที่แม้แต่น้องเหมียวก็เข้าใจ

เราคงเคยเห็นภาพยนตร์โฆษณาแนว Romantic Comedy ตัวใหม่ล่าสุดของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ผ่านตากันมาบ้าง โดยในครั้งนี้ พ่อหนุ่มมาดกวน สายแฟชั่น คนนี้ ได้ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ผู้นำอสังหาฯ ที่เพิ่งเปิดตัวแบรนด์บ้านบริทาเนีย บ้านซีรีส์ใหม่สไตล์อังกฤษ ชูคอนเซปต์ “A Life You Love” กับการออกแบบบ้านที่แตกต่าง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0 ให้ใช้ชีวิตในแบบที่รัก

และเพื่อไม่ให้เสียชื่อผู้นำด้านดีไซน์ “ออริจิ้น” ได้กระชากลุคหนุ่มติสท์  สุดกวนของ ของ “ซันนี่” สู่ บทบาทหนุ่มเท่ห์ สายแฟ (แฟชั่น) ใส่สูท มีบ้าน(บริทาเนีย) มีคนรักเป็น (แมว) ต่างจากชีวิตที่เคย (รับบทมา)

โดยในครั้งนี้ “ซันนี่” ยังคงความเป็นหนุ่มฟรีแลนซ์ บทบาทที่สร้างชื่อให้เขาเป็น ศาสดา ของเหล่ามวลมนุษย์ฟรีแลนซ์ แต่สิ่งที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่เพียงแค่ บ้าน(บริทาเนีย) หรือเสื้อผ้า แต่คือ “คุณณรงค์” น้องเหมียวคู่หูดูโอ้ แสนรักของ ซันนี่

“คุณณรงค์” น้องแมวที่สุดแสนติสท์ ที่เหมือนลอกคราบซันนี่มา อย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์โฆษณา A Life You Love (ซันนี่ & คุณณรงค์) ที่ได้ถูกกระจายทั่วบนช่องทางออนไลน์นั้น มิใช่เป็นน้องแมวธรรมดา แต่เป็นน้องแมวที่สุดแสนจะมีการใช้ชีวิตในสไตล์เทคไลฟ์ เพราะสามารถซนไปกับทุกสิ่งได้อย่างน่าสนใจ จนทำให้เราต้องมาทำความรู้จัก B Genius Mode สไตล์คุณณรงค์ กัน

“B Genius Mode” ตอบโจทย์ “เทคไลฟ์” ยุค 4.0

ในภาพยนตร์โฆษณา “คุณณรงค์” จะเป็นน้องแมวที่ “ซน” จนพระเอกอย่าง ซันนี่ ต้องเรียกหาบ่อย ๆ โดยเริ่มต้นด้วยการปลุกซันนี่ เพราะซันนี่มีขายงานลูกค้าที่ “Club Britania” คลับเฮ้าส์ในโครงการ และซันนี่ได้ตอบกลับว่า “ใกล้แค่นี้เอง” ทำให้เห็นว่าการอยู่อาศัยที่บ้านบริทาเนีย ทำให้ซันนี่จัดการชีวิตได้อย่างอิสระ เพราะมีการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาจัดการการใช้ชีวิต ให้สะดวกง่ายยิ่งขึ้น พร้อมมีการเชื่อมต่อระบบไร้สาย บนเครือข่าย Internet เรียกว่า IoT หรือ Internet of Things ซึ่งตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุค 4.0

 

 

Digital Living Automation จัดการ ชีวิตได้ง่ายขึ้น

ต่อด้วยซีนถัดมา คุณณรงค์ จะเริ่มทำตัวป่วน “ทาสซันนี่” ในขณะที่กำลังทำงานด้วยการเดินไปเดินมา ผ่าน Motion Sensor เซ็นเซอร์เปิด-ปิดไฟ ตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในบ้าน แสดงให้เห็นว่า “บริทาเนีย” เน้นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน (Smart Home Security) ซึ่งนอกจาก Motion Sensor แล้ว ยังมี Digital Door Lock, Door & Window Magnetic Sensor, และ IP Camera  โดยทั้งหมดนี้ถูกเชื่อมต่อผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room จาก True ทั้งโครงการ เป็นบ้านไลฟ์สไตล์ 4.0 ที่สร้างความอุ่นใจให้กับลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง และให้ลูกบ้านสามารถจัดการชีวิตเทคไลฟ์ได้อย่างง่ายดาย บนแอพพลิเคชั่นสุดล้ำ เพียงสั่งการด้วยปลายนิ้ว

ทั้งนี้เราจะเห็นว่า ซันนี่ มีการใช้ USB Outlet ที่เตรียมให้ทุกจุดสำคัญของบ้าน เพื่อรองรับ gadget ต่างๆ ทั้งห้องรับแขก ห้องนอนใหญ่ ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องน้ำ

Inter-Personal Space Design ออกแบบจากความต้องการที่แท้จริง

พอจบจากซีนที่แล้ว “คุณณรงค์” จะเดินเข้าสู่ภายในห้องครัว ที่ได้ถูกดีไซน์จากความต้องการที่แท้จริง ด้วย Inter-Personal Space Design ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานด้วย “ความเข้าใจ”ลูกค้าในทุกมิติ โดยอาศัยลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการออกแบบ

ซึ่งจุดเด่นที่ คุณณรงค์พาเราไปดูคือ การออกแบบ แบบ Multi-Purpose Spaces พื้นที่ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ทั้งยังมี Thai Kitchen ครัวไทยแบบปิด ที่ไม่จำเป็นต้องต่อเติมให้เสียเวลา ทั้งยังสามารถแยกเป็นสัดส่วน เหมาะกับการใช้ชีวิตในแบบที่คุณรัก (สวรรค์ของคนรักในการทำอาหาร)

นอกจากนี้ยังมีการ Build in Furniture โดยมีสไตล์การออกแบบที่ลงตัวกับการอยู่อาศัย ไม่เยอะไปและไม่น้อยไป “พอดีกับหัวใจ”

Hotel Service On Demand บริการระดับโรงแรม

ถ้าเราติดตามดูมาตั้งแต่ต้น มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึง แต่ คุณณรงค์ แอบบอกไว้ คือ “การบริการ” อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของบริทาเนีย ด้วย Hotel Service On Demand การบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ซึ่งบริการนี้ได้ตอบโจทย์ความต้องการ ในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย พร้อมมีคนดูแลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน ซักรีก คนสวน หรือแม้แต่ช่างเทคนิค สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายๆ ผ่าน Mobile Application ที่ทำให้สามารถดีไซน์เวลาการใช้ชีวิตในแบบที่คุณรักได้อย่างเต็มที่

Club Britania เข้ากันดีอย่างที่หัวใจบอกไว้

กล่าวถึง “บ้าน” ก็เปรียบเหมือนพื้นที่ส่วนตัวที่ คุณณรงค์ ใช้ชีวิตอยู่กับ ทาสซันนี่ แต่หากต้องการออกไปจีบสาวแล้ว คลับบริทาเนีย เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ ไม่ใช่เพียงแค่ คุณณรงค์ที่ชอบ แต่ทาสอย่างซันนี่ ยังไว้ใช้ประชุมกับลูกค้าเหมือนอย่างในภาพยนต์โฆษณา

เห็นได้ว่า คลับบริทาเนีย นั้นถูกสรรสร้างขึ้น จากความเข้าใจของลูกค้าว่าต้องการพื้นที่ที่รองรับกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งคลับบริทาเนียก็พิเศษกว่าที่ไหน ๆ สามารถใช้พื้นที่เพื่อนัดปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อน ที่ Co-Living Space ใช้รองรับลูกค้า ใช้นัดประชุม ที่ Co-Working Space หรือ Private Room ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถสั่งจองพื้นที่ใช้งานส่วนกลางผ่าน Application สุด Genius ได้เลย

ทั้งหมดนี้สามารถกล่าวได้ว่า B Genius Mode นั้นทำให้ บ้านบริทาเนีย เป็นมากกว่าบ้าน เพราะบริทาเนีย สามารถให้คุณดีไซน์การใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง

บริทาเนีย A Life you Love ใช้ชีวิตในแบบที่รัก

5 เคล็ดลับ “จัดบ้าน” อย่างไร ให้ถูกใจน้องแมว

แมวเป็นสัตว์ชอบเล่นซุกซน ปีนป่าย ซุ่มซ่าม สงสัย สังเกต ชอบเรียนรู้ งี่เง่า เอาแต่ใจ บ่นเก่ง น่ารัก น่ากอด และชอบทำให้มุษย์เป็นทาส

สำหรับทาสแมวอย่างเรา ๆ การดูแลเจ้านาย (น้องแมว) นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายในทุกวันเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าน้องแมวของเราอยู่ในอารมณ์ไหน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิตอย่างเรา ๆ เมื่อกลับบ้านไปเจอเจ้านายรออยู่ ทาสอย่างเราก็อาจทำตัวตามอารารมย์ไม่ค่อยถูกอย่างแน่นอน

ฉะนั้นการจัดบ้านเพื่อให้เจ้านาย (น้องแมว) อยู่นั้นจึงทำเป็นมากสำหรับเรา เพราะนอกจากจะช่วยให้ผ่อนคลายในช่วงที่ไม่เราไม่อยู่แล้ว ยังช่วยในเรื่องของจิตใจของน้องแมวเวลาอยู่ตัวเดียว หรืออยู่ด้วยกันเองอีกด้วย

สำหรับใครที่มองหาว่าจะจัดบ้านอย่างไรให้ถูกใจน้องแมว “บริทาเนีย” จึงขอนำเสนอ “เคล็ดลับ” ง่าย ๆ ในการจัดบ้านให้ถูกใจเจ้านาย (น้องแมว) ดังนี้

  1. ผนังห้องควรเรียบ ๆ มีที่ให้กระโดดหรือขั้นบันไดให้ปีนป่าย ลับเล็บ
  2. พื้นควรเป็นพรมหรือเสื่อให้ขูดเล่น หรือให้ลับเล็บได้
  3. มีช่อง มีโพรงให้ลอดไปมา แอบได้ หลบได้
  4. มีของเล่นลูกกลมๆ ไว้ให้เล่น มีของที่ทำให้ตกใจง่าย
  5. มีที่นอนนิ่ม ๆ ให้นอน และมีเจ้าของให้กอดในยามอยู่บ้าน

เพียงมี 5 เคล็ดลับนี้ ก็สามารถช่วยให้เจ้านายที่น่ารักของทาสแมวอย่างเราผ่อนคลายในช่วงเวลาที่เราไม่อยู่ได้แล้ว

“Spec You Love” มิติใหม่ของการขายบ้านที่ดูไม่ธรรมดาอีกต่อไป

จะซื้อบ้านใหม่นอกจากทำเล และราคา ที่เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อแล้ว การดูแลของพนักงานฝ่ายขายก็เป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อ

และจะดีกว่าไหมถ้ามีเครื่องมือที่ทำให้ฝ่ายขายสร้างความแตกต่างในงานขายที่ไม่เหมือนกับที่อื่น

Spec You Love ฉีกกฎทุกงานขายบ้าน

ด้วยเหตุนี้ “บริทาเนีย” โดย บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ในเครือ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้ขมวดไอเดียแนวคิดใหม่ในการนำเสนอการขายบ้านรูปแบบใหม่ในชื่อ “Spec You Love”

Spec You Love เป็นเครื่องมือที่มาฉีกกฎงานขายบ้านที่แสนธรรมดา ให้ดูไม่ธรรมดาอีกต่อไป เพราะนอกจากจะได้รับชมตัวบ้านจรองแล้วยังได้ทราบด้วยว่าในแต่ละส่วนมีฟังก์ชั่นหรือจุดเด่นอย่างไร โดยไม่ต้องเปิดคู่มือเลยด้วยซ้ำ

และเพื่อให้เห็นภาพ จึงขอพาชม “Spec You Love” หรือ “BRITANIA MATERIAL SPECIFICATION” ตั้งแต่หน้าบ้านเลย

เมื่อก้าวเข้ามา ในโซนแรกที่เป็นโรงจอดรถเราจะเจอ “Spec You Love” ที่บอกไว้ว่า “ทางเข้าพื้นที่จอดรถ เสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นที่จอดรถ” ซึ่งเป็นการสร้างประบการณ์ที่นอกเหนือจากหน้ากระดาษในคู่มือ มาเป็นการสัมผัสประสบการณ์และของจริงที่ไม่ใช่แค่ในกระดาษ นั้นเอง

และถ้าหันซ้ายหันขวาต่อมาเราจะเจอ Spec You Love ในโซนถัดมา นั้นก็คือ Feature Wall ที่มาบอกว่าผนังตรงนี้ตกแต่งด้วยลายก่ออิฐ ผิวหินธรรมชาติ เพิ่มความหรูหรา สวยงาม เป็นการบอกถึงฟังก์ชั่นการออกแบบในจุดต่าง ๆ

ต่อมาเราก้าวไปในบ้าน เราจะเห็น  Spec You Love อยู่ตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน ทั่วทั้งบ้านเพื่อบอกฟังก์ชั่นการออกแบบต่าง ๆ ได้แก่ Digital Living Automation ที่บอกว่าภายในบ้านนั้นมีนวัตกรรมอะไรบ้าง แบ่งเป็นดังนี้

USB Power Outlet Fiber Optic ปลั๊ก USB สำหรับทุกการเชื่อมต่อ มีทุกจุดภายในบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ในครัว หรือในห้องน้ำ ก็ไม่พลาดการเชื่อมต่อที่สำคัญ

ยังมี IP Camera กล้องวงจรปิด ที่มีให้บ้านทุกหลังเพื่อความปลอดภัย, Digital Door Lock ใส่หรัส OTP เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น อีกด้วย

ต่อมาถ้าเราหันหน้าเข้ากำแพงจะเจอ Exterior Wall Color Paint ที่บอกว่าผนังภายนอกทาสีชนิด Semi Gloss แบบกึ่งเงา ที่ช่วยสะท้อนความร้อน ทนทุกสภาวะอากาศ สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และปลอดภัยจากสารตะกัวและปลอด

ถัดจากกำแพงมองขึ้นไปเราจะเจอ หลอดไฟ ที่มี Spec You Love บอกไว้เช่นกันว่า LED PANEL CEILING LIGHT ดวงโคมไฟส่องแสงแบบหลอด LED ประหยัดพลังงานไฟฟ้า ลักษณะโคมบาง ช่วยให้การกระจายแสงได้มากขึ้น

และเมื่อมองออกไปตรงกระจกจะเห็น Spec You Love ที่เป็น ALUMINIUM SAHARA MATT SURFACE WINDOW FRAME กรอบวงกบและกรอบบานหน้าต่าง ผิวสัมผัสแบบอะลูมิเนียมแบบซาฮาร่า สร้างความแตกต่าง สวยงาม หรูหรา มีระดับ

นอกจากนี้ยังมี Water Pump Within Tank เครื่องปั้มน้ำภายในถังเก็บน้ำ ช่วยประหยัดพื้นที่ เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ถังเก็บน้ำป้องกัน UV ป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำภายในถัง

เห็นได้ว่าในทุกจุดของบ้านนั้นมี Spec You Love อยู่ในทุกจุดนอกจากฝ่ายขายจะทำงานได้แล้ว ยังทำให้สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าที่เข้ามาชมบ้านได้อีกด้วย นับว่าเป็น “มิติ” ใหม่ ของการขายบ้านที่แท้จริง